โรคซิฟิลิส ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรระวัง

โรคซิฟิลิส ระบาดเพราะมี app หาคู่ที่ส่งเสริมให้ติดต่อกันมากขึ้น

โรคซิฟิลิส ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรระวัง


รื่องโดย : ชมนภัส วังอินทร์ team content www.thaihealth.or.th
ผู้ให้สัมภาษณ์ : นายแพทย์วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษามูลนิธิแพธทูเฮลท์ ประเทศไทย (Path2Health Foundation) และอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
ข้อมูลบางส่วนจาก : หนังสือ เรื่องที่เธอต้องรู้ สิ่งที่เขาต้องรู้ โดย สสส.
เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าใครป่วยหรือใครไม่ป่วย เพราะระยะฟักตัวของ “โรคซิฟิลิส” ที่กำลังระบาดอยู่จะไม่แสดงออกมาให้เห็น การสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์จึงเป็นวิธีการป้องกันที่ปลอดภัย

 โรคซิฟิลิส คือ อะไร?

         “ซิฟิลิส (Syphilis)” เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “ทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum)” ซึ่งเป็นเชื้อที่มีขนาดเล็กมาก สามารถอาศัยอยู่ได้เกือบทุกส่วนในร่างกาย

          ในอดีตซิฟิลิสเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนกลัว แต่ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการฉีดยาหรือรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง เนื่องจากผู้ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการของโรคออกมาอย่างเด่นชัดจนกระทั่งระยะท้าย ๆ ทำให้ผู้ที่ติดเชื้อมักไม่รู้ตัวและไม่แสดงอาการ รวมทั้งกลายเป็นพาหะของโรคไปโดยไม่ตั้งใจ
          นพ.วัชระ พุ่มประดิษฐ์ ที่ปรึกษามูลนิธิแพธทูเฮลท์ ประเทศไทย (Path2Health Foundation) และอายุรศาสตร์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลว่า โรคซิฟิลิสมีระยะฟักตัวตั้งแต่ 3-21 วันหลังรับเชื้อ โดยมีอาการดังนี้
          - ระยะแรกเริ่มจะมีแผลบริเวณช่องคลอด ทวารหนัก องคชาติ หรือปาก
          - ระยะที่สองเชื้อจะลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด และต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย มีผื่นขึ้นตามตัว ฝ่ามือและฝ่าเท้า ไม่มีอาการคัน อาจมีไข้ อ่อนเพลีย ผมร่วง
          - ระยะที่สามคือ ระยะเรื้อรัง ที่เชื้อเริ่มทำลายอวัยวะส่วนสำคัญ ลุกลามไปที่สมอง หัวใจ หลอดเลือด เส้นเลือด ตับ และกระดูก ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกตัวชา และตาค่อย ๆ เริ่มบอด

การกลับมาของซิฟิลิส

          ในช่วงระยะ 3 ปีให้หลังโรคซิฟิลิสได้กลับมามีบทบาทอีกครั้งเป็น เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงซึ่งจากรายงานการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่า โรคหนองในเป็นโรคที่พบมากที่สุด คิดเป็น 15.13 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาได้แก่โรคซิฟิลิส 11.91 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2561
          การพัฒนาทางแพทย์ทำให้มียาเป๊ป (PEP) และยาเพร็พ (PrEP) ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่กลัวโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพราะคิดว่ามีเกราะป้องกันแล้วหนึ่งชั้น และมักจะไม่สวมถุงยางอนามัย จึงทำให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อทางเพศอื่น ๆ เช่น โรคหนองใน โรคซิฟิลิส เป็นต้น ซึ่งอันที่จริงแล้วผู้ที่รับประทานยาเพร็พ ไม่ควรมองว่าเป็นวิธีแรกที่จะป้องกันเอชไอวี แต่ให้มองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ เมื่อทานยาเพร็พเป็นประจำควบคู่ไปกับการใช้ถุงยางทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์จะช่วยทำให้สามารถป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีได้เป็นอย่างดี
          นพ.วัชระ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “สาเหตุที่โรคซิฟิลิสกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากคนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมทางเพศที่เปลี่ยนไป เช่น การพบเจอกันง่ายขึ้น พบเจอทางแอปพลิเคชันหาคู่ การเดินทางที่สะดวกรวดเร็วขึ้น”

รู้หน้าไม่รู้ใจ รู้นิสัยไม่รู้โรค

          นพ.วัชระ กล่าวย้ำอาการสำคัญของโรคซิฟิลิสที่น่ากลัว คือ อาการส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยแสดงออกมาให้เห็น หรือที่เรียกว่า “ระยะแฝงเชื้อ” เป็นระยะที่เริ่มขึ้นหลังจากอาการของระยะที่หนึ่งและระยะที่สอง ดังนั้นวิธีที่ดีสุดในการป้องกัน คือ “การตรวจสุขภาพ” ไม่ว่าจะเสี่ยงหรือไม่เสี่ยงตาม หากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัยให้ตรวจเลือดทุกเดือน แต่หากไม่เปลี่ยนคู่นอนให้ตรวจเลือดทุก 6 เดือนถึง 1 ปี อย่างต่อเนื่อง เพราะหากทิ้งไว้อาการจะลุกลามทั่วร่างกาย ทำให้เดินขาถ่าง อั้นปัสวะ-อุจระไม่ได้ หูหนวก ตาบอด ซึ่งส่งผลเสียต่ออวัยวะสำคัญและอาจเสียชีวิตในที่สุด นอกจากนี้โรคซิฟิลิสสามารถพบได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด เพราะเป็นโรคที่สามารถติดจากแม่สู่ลูกหากไม่ทำการรักษา ส่งผลให้ลูกที่เกิดมาพิการอีกด้วย

การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

          หากมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยให้หมั่นสังเกตว่า มีแผล บวม หรือตุ่มพองที่บริเวณอวัยวะเพศ ช่องทวารหนัก หรือที่ปากหรือไม่ มีอาการแสบ เจ็บเมื่อปัสสาวะ มีหนองไหลจากอวัยวะเพศหรือทวารหนัก คัน เจ็บหรือไม่ เพราะอาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซึ่งควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที หรือหากยังไม่แน่ใจสามารถโทร 1663 สายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม เพื่อขอคำแนะนำได้เช่นกัน

สำหรับการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สามารถทำได้ดังนี้
         1.สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ รวมถึงออรัลเซ็กส์ (oral sex)
         2.ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย
         3.หมั่นตรวจเช็คสุขภาพ ด้วยการตรวจเลือดเป็นประจำ
         4.หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยากินเองหรือปล่อยทิ้งไว้
          โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไม่ได้มีแค่ซิฟิลิสเท่านั้น ไม่ว่าจะมีเพศสัมพันธ์ในรูปแบบใดก็ควรป้องกันตัวเอง เพราะยังมีโรคที่สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้อีกหลายโรค นอกจากนี้แม้ว่าจะไม่มีอาการใดก็อย่านิ่งนอนใจ ควรหมั่นตรวจสุขภาพตัวเองเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคได้ ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สนับสนุนให้คนไทยรักษาสุขภาพให้ครบทุกมิติ ทั้งกาย ใจ ปัญญา สังคม ก่อนที่จะเกิดโรคภัยตามมาภายหลังเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลที่จะเกิดโรคภัยอีกต่อไป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

Name

กระดูกและข้อ,8,การใช้สมุนไพร,13,เกร็ดความรู้สุขภาพ,25,ข้อมูลเกี่ยวกับโรค,83,คลินิกควบคุมน้ำหนัก,16,คลินิกจิตเวช,29,ช่วง Q&A,1,เตือนภัยสุขภาพคุณผู้หญิง,20,ประเด็นสุขภาพที่ควรรู้,125,พบหมอฟัน,1,ระบบสืบพันธุ์,1,รู้ทันโควิด 19-Covid-19,21,โรคความดัน,5,โรคไต,18,โรคเบาหวาน,4,โรคผิวหนัง,15,เวชศาสตร์ชะลอวัย,20,สุขภาพตา,5,หูคอจมูก,5,อาหารและยา,62,
ltr
item
ไขปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง: โรคซิฟิลิส ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรระวัง
โรคซิฟิลิส ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ทุกคนควรระวัง
โรคซิฟิลิส ระบาดเพราะมี app หาคู่ที่ส่งเสริมให้ติดต่อกันมากขึ้น
https://1.bp.blogspot.com/-bw-LMEbWmKk/XWy0IDtc_mI/AAAAAAAAHBk/ViIGvU8hCas0ZBkPvwDMieV4CBRAtjcUgCKgBGAs/s320/%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25AA-%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B2.jpg
https://1.bp.blogspot.com/-bw-LMEbWmKk/XWy0IDtc_mI/AAAAAAAAHBk/ViIGvU8hCas0ZBkPvwDMieV4CBRAtjcUgCKgBGAs/s72-c/%25E0%25B8%258B%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%259F%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25AA-%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259B%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B2.jpg
ไขปัญหาเรื่องสุขภาพ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
https://www.yinyang.in.th/2019/09/blog-post_2.html
https://www.yinyang.in.th/
https://www.yinyang.in.th/
https://www.yinyang.in.th/2019/09/blog-post_2.html
true
6588637073179937695
UTF-8
Loaded All Posts Not found any posts ดูทั้งหมด อ่านเพิ่มเติม Reply Cancel reply Delete By หน้าหลัก หน้า บทความ View All บทความแนะนำ หมวด ARCHIVE สืบค้น ALL POSTS ไม่พบข้อมูลที่คุณกำลังค้นหาค่ะ กลับสู่หน้าแรก Sunday Monday Tuesday Wednesday Thursday Friday Saturday Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat January February March April May June July August September October November December ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. just now 1 minute ago $$1$$ minutes ago 1 hour ago $$1$$ hours ago Yesterday $$1$$ days ago $$1$$ weeks ago more than 5 weeks ago Followers Follow THIS PREMIUM CONTENT IS LOCKED STEP 1: Share to a social network STEP 2: Click the link on your social network Copy All Code Select All Code All codes were copied to your clipboard Can not copy the codes / texts, please press [CTRL]+[C] (or CMD+C with Mac) to copy